LINKSYS VELOP เทคโนโลยีที่จะช่วยให้ชีวิตไร้สายง่ายขึ้น (ตอนที่ 1)

LINKSYS เป็นบริษัทที่บุกเบิกในเรื่องของเทคโนโลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2531 มีความสร้างสรรค์เกี่ยวกับนวัตกรรมที่เหนือชั้น มุ่งเน้นให้ความสนใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีการเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานไม่ว่าอยู่ในบ้าน สำนักงาน รวมถึงในขณะเดินทาง ทำให้เกิดความสะดวกสบายเกี่ยวกับการควบคุมระบบเครือข่ายในบ้าน ความปลอดภัย ความบันเทิง ที่สามารถเชื่อมโยงกับโลกของอินเตอร์เน็ตอย่างรวบวงจร

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ที่เป็นตัวกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตภายในบ้านหรือสำนักงานก็คือ เราเตอร์     จะทำให้เราสามารถหาข้อมูลต่างๆ หาความรู้ หรือรวมถึงความบันเทิงบนโลกอินเตอร์เน็ตได้ แต่สิ่งที่สำคัญของการท่องโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างไม่น่าเบื่อนั้นก็จะมีอยู่หลายปัจจัย    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วของสัญญาณ ความไกลของสัญญาณ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันหลายตัว ก็อาจจะทำให้การให้งานอินเตอร์ไม่ราบรื่นหรืออาจจะถึงขั้นมีปัญหาในการเชื่อมต่อหรือสัญญาณขาดหายก็เป็นได้



ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ในยุคปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารต่างๆ ความบันเทิงต่างๆ หรือแม้กระทั่งการทำงาน ทุกอย่างล้วนแล้วจำเป็นจะต้องใช้อินเตอร์เน็ท ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอนเลยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นถ้าในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นในการใช้อินเตอร์เน็ตจริงๆ   เช่น ขณะที่อยู่บ้านแล้วจำเป็นจะต้องติดต่องานกับลูกค้าที่อยู่ทางไกล มีการส่งไฟล์หรือรูปภาพที่มีขนาดใหญ่ แต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ใช้นั้นกลับมีปัญหา ไม่มีความเสถียรหรือส่งข้อมูลได้ช้า ก็อาจจะทำให้พลาดโอกาสหรือเสียงานนั้นไปได้เลย



อย่างที่ได้เกริ่นนำไว้ในตอนแรกว่าบริษัท LINKSYS เป็นบริษัทที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย จึงทำให้เป็นบริษัทชั้นนำที่จำหน่ายอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันนี้บริษัท LINKSYS ได้ผลิตอุปกรณ์ตัวใหม่ขึ้นเพื่อมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ความเร็วที่เสถียร สัญญาณที่กว้างไกล นอกจากนี้ยังสามารถจัดสรรการใช้งานหรือการตั้งค่าต่างๆผ่านแอพพลิเคชั่นได้ด้วย จากความวุ่นวายเปลี่ยนเป็นความสะดวกสบาย ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้มีชื่อว่า LINKSYS VELOP



LINKSYS VELOP   เป็นอุปกรณ์ที่กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า   Node ซึ่งจะแตกต่างจาก Modem Router (อุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสามารถปล่อยสัญญาณ WiFi เพื่อให้ใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆได้)  หรือ Access Point (อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณ WiFi ให้มีวงกว้างและไกลจากเดิม แต่ยิ่งอุปกรณ์อยู่ไกลมากแค่ไหนก็จะทำให้สัญญาณช้ามากขึ้นเท่านั้น)   Node จะสามารถแปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้และสามารถปล่อยสัญญาณ WiFi เพื่อให้ใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆได้ นอกจากนี้เมื่อเชื่อมต่อกับ Node ตัวที่สองขึ้นไปก็จะสามารถทำให้สัญญาณ WiFi มีระยะที่ไกลมากขึ้นและสัญญาณความเร็วของอินเตอร์เน็ตนั้นมีความแรงเท่าเดิม จึงทำให้สามารถใช้งานอินเตอร์ได้โดยไม่มีอุปสรรคใดๆเข้ามากวนใจ



นอกจากข้อมูลเบื้องต้นแล้วยังมีรูปแบบของการกระจายสัญญาณที่ควรทราบระหว่าง Star และ Mesh กันก่อน ซึ่งการกระจายสัญญาณทั้งสองรูปแบบนี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

Star Network

ระบบเครือข่ายแบบดาว คือรูปแบบการกระจายสัญญาณที่นิยมในปัจจุบัน ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับเครือข่ายหลักที่มีศูนย์กลางเป็นตัวปล่อยสัญญาณ มีการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย  ข้อดีคือถ้าต้องการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ไปยังอุปกรณ์อื่นๆสามารถทำได้โดยง่าย มีค่าใช้ง่ายไม่สูง และส่งข้อมูลหากันได้อย่างรวดเร็ว   แต่ข้อเสียคือเมื่อเครือข่ายหลักเกิดปัญหาจะทำให้ระบบทั้งหมดมีถูกเชื่อมต่ออยู่นั้นไม่สามารถทำงานได้ ระบบจะหยุดชะงักทั้งหมดและก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวม

Mesh Network

ระบบเครือข่ายที่เป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ การเชื่อมต่อไร้สายในยุคปัจจุบันมีหลากหลายอุปกรณ์ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้รูปแบบการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรสูง Mesh Network เป็นระบบที่สามารถ ปรับตัวเอง เพื่อรู้จัก Node ตัวใหม่แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องอาศัยผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าเบื้องต้นทุกๆครั้ง สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ในกรณีที่ Node บางตัวไม่สามารถทำงานหรือกระจายสัญญาณได้ จะเป็นการค้นหาและเปลี่ยนแปลงเส้นทางไปยัง Node ตัวอื่นๆที่อยู่ข้างเคียงให้อัตโนมัติ   ข้อดีคือมีสัญญาณที่แข็งแรง กว้างไกล และมีความปลอดภัยสูง หากเกิดเหตุการณ์สัญญาณขาดหายจาก Node ตัวใดตัวหนึ่งก็ยังสามารถใช้สัญญาณได้ตามปกติ รวมทั้งติดตั้งง่าย และสามารถอัพเกรดซอฟท์แวร์ได้ตลอดเวลา แต่มีข้อเสียคือค่าใช้จ่ายที่สูง เมื่อเทียบกับระบบแบบ Star   Network

MIMO (Multiple Input and Multiple Output)

การรับส่งข้อมูลระหว่างเราเตอร์กับอุปกรณ์ผ่านสัญญาณ WiFi อยู่ตลอดเวลาซึ่งความเร็วจะขึ้นอยู่กับความต้องการของอุปกรณ์นั้นว่ามีความต้องการใช้สัญญาณมากน้อยเพียงใด   โดยแบ่งออกเป็น   SU-MIMO (Single User - Multiple Input and Multiple Output)   ที่รับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์ได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์จากหลายๆอุปกรณ์ เราเตอร์จะส่งสัญญาณสลับไปสลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถรับส่งพร้อมกันทุกๆอุปกรณ์ได้ ต้องมีการส่งข้อมูลให้กับอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถส่งข้อมูลให้อุปกรณ์ตัวต่อไปได้ และแบบ   MU-MIMO (Multi User - Multiple Input and Multiple Output) เป็นระบบที่แก้ไขข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิม สามารถรับส่งข้อมูลให้กับอุปกรณ์ต่างๆพร้อมๆกันได้ นอกจากจะทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้เราเตอร์สามารถรองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากกว่าเดิมด้วย

Bandwidth

คำว่า Bandwidth คือคำรวมที่มาจากคำว่า Band หมายถึงคลื่นความถี่ และ Width หมายถึงความกว้าง ถ้ารวมกันแล้วจะหมายถึง ความกว้างของคลื่นความถี่ เปรียบได้กับถนนกว้าง ยิ่ง Bandwidth สูง การรับส่งข้อมูลเข้าออกก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันนั้นเราเตอร์ที่ได้รับความนิยมจะมีสอง Bandwidth อยู่ในตัวเดียว เรียกกันว่า Dual Bandจะสามารถปล่อยความถี่พร้อมกันได้ 2.4 GHz และ 5.0 GHz เพื่อตอบโจยท์เกี่ยวกับอุปกรณ์เทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีหลากหลายประเภท   แต่ LINKSYS VELOP ใช้เทคโนโลยี Bandwidth   แบบใหม่ที่มีชื่อว่า   Tri Band   ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สามช่องทาง   โดยแบ่งเป็น   2.4 GHz และ 5.0 GHz   แบบ high   หรือ   low   ซึ่ง LINKSYS VELOP   จะจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ 

แบ่งปันกับเพื่อน: