Sphero Bolt

การเรียนรู้ในปัจจุบันสามารถทำได้หลากหลายวิธี รวมทั้งเห็นภาพได้ชัดเจนซึ่งมีผลต่อความเข้าใจในการเรียนรู้เรื่องนั้นๆได้มากขึ้น แต่เดิมการเรียนรู้อาจจะจำกัดอยู่ที่แค่การอ่านตัวอักษรหรือดูภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เป็นทางเลือกในการเสริมสร้างการเรียนรู้ต่างๆอยู่มากมาย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ผู้ปกครองต้องการเสริมสร้างทักษะในด้านต่างๆ การเรียนรู้บางเรื่องอาจจะต้องใช้ความเข้าใจและทำให้เห็นภาพได้ยาก เช่น ทักษะการควบคุมอุปกรณ์ ความรู้ทางด้านการคำนวณ หรือความรู้ทางด้านหุ่นยนต์ แต่มีอุปกรณ์ที่รองรับการเรียนรู้เหล่านี้ได้ซึ่งมาในรูปแบบของหุ่นยนต์บังคับผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน นั่นคือ Sphero Bolt บริษัท Sphero (เดิมชื่อ Orbotix) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.2010 โดย Ian Bernstein และ Adam Wilson ทั้งสองคนได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์หลักคือการผลิตหุ่นยนต์ที่สามารถบังคับได้ด้วยสมาร์ทโฟน ทางบริษัทได้เปิดตัว Sphero รุ่น 1.0 ซึ่งเป็นสินค้าตัวแรกในงาน CES 2011 และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากนั้นสองปี Sphero 2.0 ได้วางจำหน่ายในปีค.ศ.2013 ภายในปีถัดมาก ทางบริษัทก็ได้พัฒนาหุ่นยนต์ในรูปแบบใหม่ นั่นคือ Sphero Ollie (แต่เดิมมีชื่อว่า Sphero 2B) โดยเปลี่ยนจากหุ่นยนต์ทรงกลมเป็นทรงกระบอกขนาดเล็กพร้อมสองล้อและความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น

Ian Bernstein

Adam Wilson

และในช่วงปีค.ศ.2014 บริษัท Sphero ก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น จากการร่วมมือกับบริษัทผลิตแอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก Disney ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์แนว
ไซไฟที่มีชื่อเสียงอย่าง Star Wars และเพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของภาพยนตร์เรื่องนี้ในปีค.ศ.2015 กับภาคที่ 7 ที่ใช้ชื่อว่า Star Wars: The Force Awaken ในภาพยนตร์ภาคนี้มีหุ่นยนต์ที่เป็นตัวละครเด่นของเรื่องคือ BB-8 ซึ่งทาง Sphero ก็ได้ผลิตสินค้าออกมาและได้รับการพูดถึงเป็นวงกว้าง หลังจากนั้นทางบริษัทก็ได้ผลิตหุ่นยนต์จากภาพยนตร์เรื่องนี้ตามออกมาอีกคือ BB-9, R2-D2 และ R2-Q5 Sphero Bolt คือหุ่นยนต์บังคับทรงกลมรุ่นล่าสุดจากทางบริษัท Sphero ซึ่งรองรับการควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่นเหมือนเช่นรุ่นที่ผ่านมา แต่ Sphero Bolt ได้ถูกพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆให้ดีขึ้นดังนี้

  • แผงไฟ LED ขนาด 8 x 8 นิ้ว สามารถออกแบบรูปแบบของไฟผ่านแอพพลิเคชั่นได้ รวมทั้งรองรับการแสดงผลร่วมกับเกมบนแอพพลิเคชั่น

  • การส่งสัญญาณผ่านคลื่นอินฟาเรด Sphero Bolt สามารถสื่อสารด้วยกันเองได้ผ่านคลื่นอินฟาเรด ช่วยให้การโปรแกรมคำสั่งหรือการเล่นเกมต่างๆทำได้อย่างหลากหลายมากขึ้น มีระยะการส่งสัญญาณอยู่ที่ประมาณ 4 เมตร

  • มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดแสง (Light Sensor) สามารถตั้งเงื่อนไขในการควบคุมหรือออกคำสั่ง Sphero Bolt โดยใช้แสงสว่างได้

  • ระบบ Auto-Aiming จากแต่เดิมใน Sphero รุ่นเก่าจะต้องระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ด้วยตัวเองเพื่อให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ใน Sphero Bolt ได้เพิ่มเข็มทิศแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้อุปกรณ์ปรับทิศทางโดยอัตโนมัติตามตำแหน่งของโทรศัพท์ที่ทำการควบคุม Sphero Bolt อยู่ (*เพื่อการใช้งาน Auto-Aiming ให้ได้ประสิทธิภาพ ควรอยู่ห่างจากแหล่งแม่เหล็กขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ)

  • แบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานขึ้น เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง (*ขึ้นอยู่กับความเร็วในการควบคุมและการใช้แผงไฟ LED)
ประโยชน์หลักของการใช้งาน Sphero Bolt ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังสามารถฝึกทักษะการควบคุมหรือเพิ่มความรู้ทางด้านการสั่งการและการตั้งโปรแกรมเพื่อควบคุมหุ่นยนต์ได้ด้วย ซึ่งแอพพลิเคชั่นหลักในการควบคุม Sphero Bolt มีดังนี้
Sphero Play App : แอพพลิเคชั่นหลักสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การควบคุมให้ Sphero Bolt เคลื่อนที่ หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของไฟ LED รวมทั้งมีเกมเสริมภายในแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้ Sphero Bolt แทนอุปกรณ์ควบคุมได้อีกด้วย
Sphero Edu App : แอพพลิเคชั่นเสริมจากทาง Sphero ที่จะทำให้การเรียนรู้คำสั่งสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์โดยอัตโนมัติเป็นเรื่องง่าย ด้วยชุดคำสั่งที่เข้าใจง่ายและผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพได้จริงจากการเคลื่อนไหวของ Sphero Bolt
Swift Playgrounds App : แอพพลิเคชั่นจากทาง Apple ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้คำสั่งในการโปรแกรมหุ่นยนต์ได้ง่ายและสนุกมากขึ้น เหมาะสำหรับใช้เป็นแอพพลิเคชั่นเสริมให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการเรียนรู้เรื่องของคำสั่งการใช้งานโดยอัตโนมัติ หรือจะเรียนรู้เป็นบทเรียนในการใช้คำสั่งโปรแกรมตามลำดับขั้นก็ได้เช่นกัน (*Swift Playgrounds App สามารถใช้งานได้บน iPad Air หรือ iPad Mini 2 ขึ้นไป ที่มี iOS เวอร์ชั่น 10.3 หรือสูงกว่า)

ศึกษา Swift Playgrounds ได้ที่ลิ้งค์นี้
https://www.dotlife.store/blog/swift-playgrounds/

สามารถศึกษาและเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับการควบคุมอุปกรณ์โดยอัตโนมัติได้ที่ลิ้งค์นี้ (*เหมาะกับ Sphero Edu App)
https://edu.sphero.com/cwists/category
Sphero Play App : แอพพลิเคชั่นหลักสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การควบคุมให้ Sphero Bolt เคลื่อนที่ หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของไฟ LED รวมทั้งมีเกมเสริมภายในแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้ Sphero Bolt แทนอุปกรณ์ควบคุมได้อีกด้วย
Sphero Edu App : แอพพลิเคชั่นเสริมจากทาง Sphero ที่จะทำให้การเรียนรู้คำสั่งสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์โดยอัตโนมัติเป็นเรื่องง่าย ด้วยชุดคำสั่งที่เข้าใจง่ายและผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพได้จริงจากการเคลื่อนไหวของ Sphero Bolt
Swift Playgrounds App : แอพพลิเคชั่นจากทาง Apple ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้คำสั่งในการโปรแกรมหุ่นยนต์ได้ง่ายและสนุกมากขึ้น เหมาะสำหรับใช้เป็นแอพพลิเคชั่นเสริมให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการเรียนรู้เรื่องของคำสั่งการใช้งานโดยอัตโนมัติ หรือจะเรียนรู้เป็นบทเรียนในการใช้คำสั่งโปรแกรมตามลำดับขั้นก็ได้เช่นกัน (*Swift Playgrounds App สามารถใช้งานได้บน iPad Air หรือ iPad Mini 2 ขึ้นไป ที่มี iOS เวอร์ชั่น 10.3 หรือสูงกว่า)

ศึกษา Swift Playgrounds ได้ที่ลิ้งค์นี้
https://www.dotlife.store/blog/swift-playgrounds/

สามารถศึกษาและเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับการควบคุมอุปกรณ์โดยอัตโนมัติได้ที่ลิ้งค์นี้ (*เหมาะกับ Sphero Edu App)
https://edu.sphero.com/cwists/category

โหมดการทำงาน

Sphero Bolt มีโหมดการทำงานทั้งหมด 7 รูปแบบดังนี้

  • Off Mode (โหมดปิดการทำงาน) : เป็นโหมดที่ Sphero Bolt จะยังไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะเปลี่ยนไปเป็น Sleep Mode (โหมดพักการใช้งาน) โดยการวางบนแท่นชาร์จ ถ้าไม่มีการใช้งาน Sphero Bolt เป็นเวลาสี่สัปดาห์ขึ้นไป ควรให้อุปกรณ์อยู่ในโหมดปิดการทำงาน สามารถทำได้สองวิธีคือ 1) เชื่อมต่อกับ Sphero Edu App เลือกชื่อ Sphero Bolt ที่เชื่อมต่ออยู่และเลือกคำสั่ง Turn Robot Off 2) วาง Sphero Bolt บนแท่นชาร์จ จากนั้นกดปุ่มที่ด้านข้างของแท่นชาร์จค้างไว้พร้อมทั้งนำ Sphero Bolt ออกจากแท่นชาร์จ (*ถ้าอุปกรณ์เข้าโหมดปิดการทำงานแล้วจะไม่มีชื่อของอุปกรณ์ให้เชื่อมต่อในแอพพลิเคชั่น)

  • Sleep Mode (โหมดพักการใช้งาน) : หลังจากที่วาง Sphero Bolt ลงบนแท่นชาร์จ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดนี้ และสามารถเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่นได้ผ่านสัญญาณ Bluetooth

  • Cradle Removal Mode (โหมดการนำออกจากแท่นชาร์จ) : เมื่อนำ Sphero Bolt ออกจากแท่นชาร์จ จะมีโลโก้ของ Sphero, ระดับของแบตเตอรี่ และชื่อของอุปกรณ์แสดงขึ้นบนแผงไฟ LED ที่ Sphero Bolt

  • Play Mode (โหมดการใช้งาน) : เป็นโหมดการใช้งานหลักเมื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อกับ Sphero Play App หรือ Sphero Edu App เมื่ออยู่ในโหมดนี้แผงไฟ LED จะแสดงผลตามที่ได้ตั้งค่าไว้หรืออุปกรณ์จะทำงานตามคำสั่งที่ได้ตั้งค่าไว้ สามารถออกจากโหมดนี้ได้โดยการออกจากแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อกับ Sphero Bolt อยู่ หรือเลือกที่ชื่อของ Sphero Bolt ที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นอยู่แล้วเลือกคำสั่ง Sleep Robot อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดพักการใช้งานและแผงไฟ LED จะดับลง

  • Charging Mode (โหมดการชาร์จแบตเตอรี่) : อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดนี้เมื่อถูกวางลงบนแท่นชาร์จแบตเตอรี่ เมื่ออุปกรณ์กำลังชาร์จแบตเตอรี่ที่แท่นชาร์จจะแสดงไฟสถานะ สีฟ้ากระพริบ และเมื่อแบตเตอรี่เต็มไฟสถานะจะเป็น สีฟ้าค้าง โดยใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ของ Sphero Bolt จนเต็มประมาณ 6 ชั่วโมง

  • Firmware Update Mode (โหมดอัพเดตอุปกรณ์) : เมื่อเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นและมีการอัพเดทอุปกรณ์เพิ่มเติม จะมีคำสั่งแจ้งเตือนที่แอพพลิเคชั่นและแผงไฟ LED ของ Sphero Bolt จะเป็น ไฟกระพริบสีส้ม ประมาณ 30 วินาที ในระหว่างที่มีการอัพเดทอุปกรณ์ ควรให้ Sphero Bolt กับโทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออยู่ใกล้กันจนกว่าการอัพเดทจะเสร็จสิ้น ถ้าแผงไฟ LED เป็น สีแดงกระพริบช้าๆ หมายถึงการอัพเดทไม่สมบูรณ์ ควรตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ของ Sphero Bolt ถูกชาร์จจนเต็มหรือไม่ จากนั้นให้เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นอีกครั้งเพื่ออัพเดทอุปกรณ์ให้สมบูรณ์

  • Accidental Disconnect Mode (โหมดขาดการเชื่อมต่อ) : เมื่อบังคับ Sphere Bolt ไปไกลเกินกว่าระยะการเชื่อมต่อของ Bluetooth หรือการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นมีปัญหา แผงไฟ LED ที่ Sphero Bolt จะเป็น สีม่วงค้าง และเข้าโหมดขาดการเชื่อมต่อ ถ้าภายในระยะเวลาประมาณ 5 นาทีอุปกรณ์ไม่ถูกเชื่อมต่ออีกครั้ง จะถูกเปลี่ยนไปเป็นโหมดพักการใช้งาน โหมดขาดการเชื่อมต่อยังสามารถค้นหาชื่อของอุปกรณ์ในแอพพลิเคชั่นผ่านสัญญาณ Bluetooth ได้ตามปกติ


เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Sphero Bolt, Sphero SPRK+ และ Sphero Mini


This is Sphero BOLT (วิดีโอแนะนำ Sphero Bolt)


Meet Sphero Bolt (วิดีโอแนะนำฟังก์ชั่นเด่นๆของ Sphero Bolt)


BOLT: Infrared Communication (การทำงานของอินฟราเรด)


BOLT: Matrix (การทำงานของแผงไฟ LED)


BOLT: Light Sensor (การทำงานของเซ็นเซอร์วัดแสง)


BOLT: Compass (การทำงานของเข็มทิศดิจิตอล)


แบ่งปันกับเพื่อน: